วันเสาร์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2561

Learning Log 6
 
Wednesday, August , 2018

The knowledge gained
         วันนี้ได้นำเสนอ "โครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย"
  *เนื่องจากดิฉันไม่ได้เข้าเรียน*
1.การเตียมอุปกรณ์  ผู้สอนควรวางอุปกรณ์ไว้ข้างหน้าใส่ภาชนะเก็บอุปกรณ์ให้เรียบร้อย จัดเรียงลำดับจากชิ้นเล็กไปหาชิ้นใหญ่ ติดชื่ออุปกรณ์ให้เรียบร้อยให้เด็กอ่านได้ง่าย
2.การแนะนำอุปกรณ์ ผู้สอนควรถามเด็กๆว่า "เด็กๆรู้จักอุปกรณ์ไหนบ้างที่วางอยู่บนโต๊ะ" และผู้สอนคอยบอกเพิ่มเติมสิ่งไหนที่เด็กอาจไม่รู้จัก หรืออุปกรณ์สิ่งไหนที่เกิดอันตรายได้
3.การถามประสบการณ์เดิม ผู้สอนถามเด็กๆว่า "เด็กๆคะ เด็กๆคิดว่าอุปกรณ์ที่อยู่บนโต๊ะเด็กๆคิดว่าสามารถทำมาทำอะไรได้บ้าง" เพื่อให้เด็กได้มีส่วนร่วมในกิจกรรม
4.เข้าสู่กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ผู้สอนเริ่มทำการทดลอง และถามเด็กๆว่า "จะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าเกิดเราทดลอง" พร้อมทำแผ่นชาร์ทอธิบายขั้นตอนกระบวนการเป็นข้อๆ เพื่อให้เด็กเข้าใจได้ง่าย
5.สรุปองค์ความรู้ในการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ ผู้สอนพูดคุยถึงปัญหาและสมมติฐานของการทดลองในครั้งนี้


Evaluation

Teacher Evaluation : -
Self-assessment : -
Evaluate friends : -

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2561

Learning Log 5
 
Wednesday, September 19, 2018



The knowledge gained
          อาจารย์ได้ให้นักศึกษาแก้ไข Blog ของตนเองให้เรียบร้อย วิจัย/บทความ/สื่อการสอน ต้องใส่ลิ้งค์เว็บจริงของเว็บนั้นกำกับไว้ด้วย งานวิจัยจะต้องมี ดังนี้
1. ชื่อวิจัย 
2. ชื่อผู้วิจัย 
3. วัตถุประสงค์ 
          4. วิธีการดำเนิน 
          5. แผนการสอน 
          6. ข้อสรุปของวิจัย

ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
1. ประเด็นปัญหา (เด็กอยากรู้ อยากเห็นจึงเกิดข้อสงสัยเป็นประเด็นปัญหา)
           2. สมมติฐาน (คุณครูตั้งประเด็นคำถามเพื่อให้เด็กตั้งสมมติฐาน)
           3. ทดลอง (เด็กเกิดทักษะ เช่น การสังเกตการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นต้น)
           4. สรุป (สรุปผลแล้วจึงตรวจสอบสมมติฐาน)
           5. อธิปรายผล (ตรวจสอบสมมติฐานแล้วจึงอภิปรายผล แล้วมีการนำเสนอ)

กิจกรรมแรก




รู้จักกับเหลี่ยมและมุม
    ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่จะมีรูปทรงเรขาคณิตประกอบอยู่ เช่น ฟุตบอลเป็นรูปทรงกลม หลังคาบ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม รูปเรขาคณิตเหล่านี้จะประกอบด้วยมุมและเหลี่ยมที่ต่างกัน
กิจกรรม 
    เด็กรู้จักมุม จำนวนเหลี่ยมของเรขาคณิต ฝึกสังเกตสิ่งรอบตัวว่าเป็นเรขาคณิตชนิดใดบ้าง โดยมีวัสดุอุปกรณ์
วัสดุ-อุปกรณ์
1. กระดาษอ่อน หรือ แข็ง
2. ดินสอ
3. กรรไกร
4. กระเป๋าใบเล็ก หรือ ถุงทึบ
เริ่มต้นกิจกรรม
1. ครูและเด็กช่วยกันวาดรูปเรขาคณิตต่างๆลงบนกระดาษ โดยให้มุมทุกมุม ด้านทุกด้านเท่ากัน จากนั้นตัดออก
2. นำรูปเรขาคณิตใส่ลงในกระเป๋าใบเล็กหรือถุงทึบ ให้เด็กแต่ละคนสลับกันหยิบ โดยครูออกคำสั่งให้หยิบรูปสี่เหลี่ยม ครูพยายามไม่ให้เด็กเห็นด้านในแต่ใล้มือสัมผัส เพื่อนับจำนวนมุมของรูปเรขาคณิตนั้นๆ เมื่อหยิบออกมาแล้วครูตรวจสอบถูกต้องหรือไม่
3. จากนั้นให้เด็กนับจำนวนมุมภายในเรขาคณิต หาความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนด้านและมุม
4. จากนั้นครูและเด็กๆช่วบกันหาสิ่งของในห้องเรียนที่มีลักษณะเป็นรูปเหลี่ยม แล้วบันทึกว่าเจอรูปเรขาคณิตชนิดใดบ้าง จำนวนกี่รูป เพื่อดูว่าพบรูปเรขาคณิตชนิดใดมากที่สุดและน้อยที่สุด

กิจกรรมที่สอง

ฝาขวดน้ำเราสามารถประดิษฐ์เป็นของเล่น
เชิงวิทยาศาสตร์อะไรได้บ้าง ?



รถเคลื่อนที่โดยใช้ลูกโป่ง 

วัสดุ-อุปกรณ์ (Materials - Equipment)


1. ขวดน้ำพลาสติก (Plastic bottle)
2. ฝาขวด(Bottle cap)
3. หนังยางรัด (Plastic band)
4. กรรไกร (Scissors)
5. คัตเตอร์ (Cutter)
6. เชือก (Rope)
7. ลูกโป่ง (Balloon)

ขั้นตอนที่ 1 (Step 1)
นำฝาขวดน้ำมาเจาะรู แล้วจึงนำขวดน้ำมาเจาะรูกะขนาดให้พอดีเจาะรูทั้งสองข้างซ้ายและขวา

ขั้นตอนที่ 2 (Step 2)
    นำเชือกมาร้อยตรงรูที่เจาะฝาขวดน้ำ ร้อยผ่านรูขวดน้ำทั้งสองข้างจนเป็นล้อรถ ทำซ้ำทั้งหน้าและหลังแล้วมัดปม


ขั้นตอนที่ 3 (Step 3)
        เมื่อทำเสร็จแล้วจะได้เป็นภาพดังนี้ 


ขั้นตอนที่ 4 (Step 4)
จากนั้นนำหลอดมามัดด้วยหนังยางมัดกับลูกโป่ง


ขั้นตอนที่ 5 (Step 5)
   ขั้นตอนสุดท้ายเจาะรูตรงกลางท้ายก้นขวดน้ำและก้นขวดน้ำนำหลอดที่เราเตรียมจากขั้นตอนที่4ผ่านรูที่เราเจาะ จะได้ตามภาพดังนี้ เป็นอันเสร็จสมบูรณ์





Evaluation

Teacher Evaluation อาจารย์สอนและอธิบายได้ดีค่ะ
Self-assessment : วันนี้ฉันเข้าเรียนตรงเวลา และสามารถประดิษฐ์รถเคลื่อนที่ด้วยลูกโป่งเสร็จทันเวลา
Evaluate friends : เพื่อนๆตั้งใจเรียนดีค่ะ

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2561

บทความ (The Article)

"โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร ? เด็กปฐมวัยไขคำตอบในวันนักวิทยาศาตร์ 2556"

สรุปบทความ  (Article summary)
    สสวท.ได้จัดกิจกรรมวิทยาศาสตร์ เด็กๆต่างสงสัยและร่วมกันหาคำตอบจากคำถามที่ว่า "โลกของเราดำเนินอยู่ได้อย่างไร ?" โดยทางสสวท.ได้จัดกิจกรรมทั้งหมด 6 กิจกรรมด้วยกัน ดังนี้
1. กิจกรรมหวานเย็น
     เด็กๆต่างค้นพบว่าน้ำปกติและน้ำหวานเป็นของเหลวแต่เมื่อนำไปใช่น้ำแข็งที่ใส่เกลือที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส ทำให้น้ำปกติและน้ำหวานมีอุณหภูมิลดต่ำลงจนเปลี่ยนเป็นเกล็ดน้ำแข็ง
2. กิจกรรมความลับของดิน
    เด็กๆช่วยกันทดลองพิสูจน์ดินเป็นหินที่ผุพังสลายตัว ซากพืชซากสัตว์ อากาศ และน้ำ ดังนั้น ส่วนที่เป็นของแข็งที่อยู่ในดินจึงมีขนาดแตกต่างกัน เมื่อเทน้ำลงไป อากาศก็จะออกมาจากดินเป็นฟองให้เห็น และจะพบว่าอนุภาคที่มีขนาดใหญ่จะตกตะกอนลงสู่ก้นภาชนะ และอนุภาคที่มีขนาดเล็กกว่าก็จะค่อยๆ ตกลงมาเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก เมื่อการตกตะกอนสิ้นสุดลง จะมองเห็นดินเป็นชั้นๆ ส่วนซากพืชซากสัตว์ก็จะลอยอยู่บนผิวหน้าของน้ำ ทำให้เห็นองค์ประกอบของดินด้วย
3. กิจกรรมถึงร้อนก็อร่อยได้
    ดวงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานความร้อนและแสงสว่างของโลก พื้นผิวโลกที่มีลักษณะแตกต่างกันจะดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้ได้ต่างกัน ซึ่งจะพบจากการสัมผัสแผ่นกระเบื้องสีดำและสีขาว ที่วางไว้กลางแจ้ง เมื่อเด็ก ๆ ขึ้นไปเหยียบบนแผ่นกระเบื้องสีดำ จะรู้สึกร้อนกว่าเพราะสีดำดูดกลืนพลังงานความร้อนไว้มากกว่า จึงถ่ายโอนความร้อนมายังเท้าของเรามากกว่า นอกจากนี้ในชีวิตประจำวัน เรายังใช้ประโยชน์จากพลังงานความร้อนได้อย่างมากมาย โดยในกิจกรรมนี้จะพบว่าความร้อนทำให้ช็อกโกเลตและมาร์ชแมลโลหลอมยึดติดกับขนมปังกรอบ
4. กิจกรรมมหัศจรรย์กังหันลม
    พลังงานจากลมเป็นพลังงานสะอาดจากธรรมชาติซึ่งมีประโยชน์ต่อมนุษย์มากมาย กิจกรรมนี้จะช่วยให้เข้าใจว่าพลังงานจากลมทำให้กังหันหมุนได้ ซึ่งสามารถที่จะใช้พลังงานจากการหมุนต่อยอดไปทำประโยชน์อื่น เช่น การผลิตกระแสไฟฟ้า การฉุดระหัดวิดน้ำ การยกของ เป็นต้น
5. กิจกรรมว่าวเล่นลม
    อากาศมีแรงกระทำต่อวัตถุ จากสมบัติดังกล่าว สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในกิจกรรมที่รู้จักกันดีคือ การเล่นว่าว แรงกระทำของอากาศจะช่วยให้ว่าวลอยอยู่ในอากาศได้ และรูปร่างตลอดจนหางว่าวก็มีส่วนช่วยให้ว่าวสมดุลอยู่ในอากาศ
6. กิจกรรมโมบายเริงลม
    พลังงานจากลมช่วยให้สิ่งของต่างๆ เกิดการเคลื่อนที่ ในกิจกรรมนี้เมื่อเด็ก ๆ ทำโมบายที่สวยงามแล้ว นำไปแขวนในที่ที่มีลมพัด โมบายก็จะเคลื่อนที่และเกิดเสียงที่ไพเราะ นอกจากนี้ในการทำโมบายจะเข้าใจหลักการสมดุลของแรงด้วย



วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2561

งานวิจัย (research)

วิจัย เรื่อง การพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัยด้วยการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร (The Development of Basic Science Skills for Young Children Using Herbal Drink Activities)


ผู้วิจัย : นางสาววณิชชา สิทธิพล
มหาวิทยาลัย : บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปี พ.ศ. : 2556

ความสำคัญ/ความเป็นมา 
   การจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร ซึ่งเป็นกิจกรรมที่พัฒนาให้เด็กเกิดองค์ความรู้ การคิด การวางแผน การเรียงลำดับขั้นตอน ตลอดจนการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ามาใช้ในการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ในการสังเกต การสัมผัส การชิม การฟัง การดมกลิ่น การเปลี่ยนแปลงของอาหารตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ การจำแนกและการวัด ทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเข้าใจในการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ จนสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาความคิดและการสื่อความหมายข้อมูลได้อย่างสมบรูณ์ต่อไป

วัตถุประสงค์ 
   1. เพื่อการศึกษาระดับของทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ทั้งโดยรวมและรายด้าน ก่อนและหลังการทดลองการจัดกิจกรรม
   2. เพื่อเปรียบเทียบระดับของทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ทั้งโดยรวมและราย ก่อนและการจัดกิจกรรม

สมมติฐาน 
   เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สูงขึ้นเมื่อได้รับการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร

ตัวแปร 
   1. ตัวแปรต้น ได้แก่ การจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร
   2. ตัวแปรตาม ได้แก่ ทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย
        2.1 การสังเกต
        2.2 การจำแนก
        2.3 การวัด
        2.4 การสื่อความหมายข้อมูล

ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง 
    เด็กปฐมวัย ชาย-หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 ของโรงเรียนวัดชำป่างาม (สายรัฐประชาสรรค์) อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต 2 จำนวน 15 คน จากการสุ่มนักเรียน

ระยะเวลาในการวิจัย
 
    ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 เวลา 8 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 วัน วันละประมาณ 50 นาที รวม 24 ครั้ง ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์

เครื่องมือที่ใช้
    1. แผนการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร
    2. แบบทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

การดำเนินการ 
    1. ผู้วิจัยสร้างความคุ้นเคยกับกลุ่มตัวอย่างเป็นเวลา 1 สัปดาห์
    2. ผู้วิจัยทำการทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ก่อนการทดลอง (Pretest) จากนั้นนำมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์
    3. ผู้วิจัยทำการทดลองการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพร ในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์

โดยมีกิจกรรมดังนี้



4. ผู้วิจัยดำเนินการทดลองจนครบ 8 สัปดาห์ จากนั้นทำการทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ สำหรับเด็กปฐมวัย หลังการทดลอง (Posttest) ซึ่งใช้แบบทดสอบชุดเดียวกันกับที่สอบก่อนการ            ทดลอง จากนั้นนำมาตรวจให้คะแนนตามเกณฑ์
5. นำข้อมูลที่ได้จากการทดสอบทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยไปวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการทางสถิติ เพื่อทดสอบสมมติฐาน


สรุปผลวิจัย  
    การจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพรระดับทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยในภาพรวมอยู่ในระดับดี 14.33 คะแนน และเมื่อพิจารณารายด้านพบว่า ด้านการสังเกต 4.13 คะแนน อยู่ในระดับดีมาก ส่วนด้านการจำแนก 3.26 คะแนน ด้านการวัด 3.60 คะแนน และด้านการสื่อความหมายข้อมูล 3.33 คะแนน อยู่ในระดับดี เมื่อเปรียบเทียบระดับทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยทั้งภาพรวมและรายด้านมีค่าสูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรมการทำเครื่องดื่มสมุนไพรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 

Learning Log 4
   
Wednesday, August 29, 2018



The knowledge gained
   การจัดประสบการณ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย (Science Provision for Early Childhood)
: พัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์จิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา มีการเปลี่ยนแปลงไปตามลำดับขั้นตอนอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือน การคว่ำ การคืบ การคลาน เหมือนขั้นบันได
- การนำไปประยุกต์ใช้
การเลือกจัดกิจกรรมประสบการณ์ที่เหมาะสมในแต่ละพัฒนาการ




* ความรู้เพิ่มเติม *
พัฒนาการทางสติปัญญา นักทฤษฎีได้แก่ เพียเจต์ (Piaget) ได้แบ่งพัฒนาการไว้ 4 ขั้น ดังนี้
1.ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว (Sensori-Motor Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 2 ปี สัมผัส จับ แตะต้องสิ่งของ หรือสิ่งเร้าภายนอก
2.ขั้นก่อนปฏิบัติการคิด (Preoperational Stage) เริ่มตั้งแต่อายุ 2-7 ปี ใช้ภาษา มีความคิดเป็นของตัวเอง ยังใช้เหตุผลไม่ได้
3.ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม (Concrete Operation Stage) เริ่มจากอายุ 7-11 ปี
4.ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม (Formal Operational Stage) นี้จะเริ่มจากอายุ 11-15 ปี 




อาจารย์ตรวจดูบล็อกนักศึกษาให้ปรับปรุงแก้ไข



ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย

ทักษะกระบวนการวิทยศาสตร์
: เด็กได้แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง สามารถแก้ไขปัญหาได้

1. ความหมายทักษะการสังเกต
คือ การใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ ตา หู จมูก ปาก ลิ้น ผิวกาย สัมผัสโดยตรงกับวัตถุ มีจุดประสงค์ที่จะหาข้อมูลเป็นรายละเอียด

2. ความหมายทักษะการจำแนกประเภท
คือ ความสามารถในการแบ่งประเภทสิ่งโดยหาเกณฑ์
2.1 ความเหมือน เช่น รูปทรง
2.2 ความแตกต่าง เช่น เราใช้เกณฑ์ตั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์ชนิดใดไม่ใช่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่น สัตว์ปีก สัตว์น้ำ คัดออกไปจากเกณฑ์
2.3 ความสัมพันธ์ร่วม เช่น สิ่งของ 2 อย่างมีเหมือนกัน เช่น รถกับถนน รถเป็นพาหนะ ถนนเป็นสิ่งที่ต้องพึ่ง มีความสัมพันธ์ร่วมกัน

3. ความหมายทักษะการวัด (มีการใช้เครื่องมือคณิตศาสตร์)

คือ การใช้เครื่องมือต่างๆวัดปริมาณของสิ่งที่เราต้องการโดยมีหน่วยการวัดกำกับ
3.1 รู้จักกับสิ่งของที่จะวัด
3.2 เลือกเครื่องมือที่นำมาใช้วัด
3.3 วิธีการที่เราจะวัด


4. ความหมายทักษะการสื่อความหมาย
คือ การพูด การเขียน รูปภาพ ภาษาท่าทาง ความสามารถการรับรู้ข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน     
4.1 บรรยายลักษณะ คุณสมบัติของวัตถุ
4.2 บันทึการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ สมุดจดบันทึก
4.3 บอกความสัมพันธ์ของข้อมูลที่ไดเจากการกระทำ
4.4 จัดกระทำข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

5. ความหมายทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล
คือ การเพิ่มเติมความคิดเห็นให้กับข้อมูลที่มีอยู่อย่างมีเหตุผล อาศัยความรู้ ประสบการณ์
5.1 ลงข้อมูลสรุปสิ่งต่างๆ
5.2 ข้อสรุปความสัมพันธ์
5.3 การสังเกตความเปลี่ยนแปลง

6. ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปสกับเวลา
คือ การรู้จักเรียนรู้ 1มิติ 2มิติ 3มิติ ของทิศทาง
6.1 ชี้บ่งภาพ 2มิติ 3มิติ
6.2 บอกความสัมพันธ์ระหว่างทิศทางของวัตถุ
6.3 บอกตำแหน่งหรือทิศทางของวัตถุ
6.4 บอกตำแหน่งซ้าย ขวา

7. ความหมายทักษะการคำนวณ
คือ ความสามารถในการนับจำนวนของวัตถุ การบวก ลบ คูณ หาร การนับจำนวนของวัตถุ

องค์ประกอบของการคิดทางวิทยาศาสตร์ 

1. สิ่งที่กำหนดให้ 
    สังเกต / จำแนก / วัด / สื่อความหมาย / ลงความเห็น / หาความสัมพันธ์ / การคำนวณ
2. หลักการหรือกฎเกณฑ์ 
    เป็นข้อกำหนดสำหรับใช้แยกส่วนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้
3. การค้นหาความจริงหรือความสำคัญ
    เป็นการพิจารณาส่สนประกอบของสิ่งที่กำหนดให้ตามหาหลักเกณฑ์แล้วทำการรวบรวมประเด็นที่สำคัญเพื่อหาข้อสรุป 


Evaluation

Teacher Evaluation อาจารย์น่ารัก สอนได้เข้าใจดีค่ะ มีพาวเวอร์พ้อยประกอบกับการสอน
Self-assessment : วันนี้ฉันเข้าเรียนสายประมาน 5 นาที ตั้งใจฟังและจดตามที่อาจารย์สอน
Evaluate friends : เพื่อนๆตั้งใจเรียนดีค่ะ

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Learning Log 3
      

Wednesday, August 22, 2018




The knowledge gained
          วันนี้อาจารย์ได้นัดพบนักศึกษาที่ห้องสมุด ได้ทำการตกลงเรื่องการไปสวนสัตว์ดุสิตเขาดิน ในวันพุธที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2561 จัดกิจกรรมหรือฐานให้แก่เด็ก แต่ละฐานมีเวลาให้ 15 นาที กิจกรรมหรือฐานที่จัดต้องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ในสวนสัตว์ดุสิตหรือเขาดิน วิทยาศาสตร์ต้องมีการทดลองให้แก่เด็ก กิจกรรมที่จัดให้แก่เด็กมีชื่อฐานดังนี้

1.ฐานผจญภัยอะไรเอ่ย 
   วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่
2.เพื่อให้เด็กเกิดความสนุกสนานกับกิจกรรม และรู้จักควบคุมตนเอง
3.เพื่อให้เด็กรู้จักมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น แลกเปลี่ยนความคิด
4.เพื่อให้เด็กรู้แก้ปัญหา และรู้จักการอ่านคิดวิเคราะห์
5.เพื่อให้เด็กรู้จักลักษณะของสัตว์และชื่อสัตว์

   วิธีการ
1.อธิบายการเล่นให้เด็กฟังและแบ่งกลุ่มออกเป็น 2กลุ่ม
2.โดยจะให้เด็กๆทั้ง2กลุ่มเดินไปตามลายทางที่กำหนดให้ แล้วเด็กๆจะพบปริศนาคำทายที่ซ่อนไว้
3.ให้หยิบใบปริศนาคำทายขึ้นมาอ่าน และให้เด็กๆช่วยกันคิดว่าเป็นสัตว์ชนิดใด
4.เมื่อรู้คำตอบแล้ว ให้เด็กไปตามล่าสัตว์ชนิดนั้นแล้วให้เด็กถ่ายรูปมาในเวลาที่กำหนด
5.เด็กๆกลุ่มไหนมาถึงก่อนและถูกต้อง จะมีของรางวัลให้กลุ่มที่ชนะ


2. ฐานอย่าลืมเล่าสู่กันฟัง
     วัตถุประสงค์
1.  ด้านร่างกาย :  เพื่อให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กในการทำกิจกรรม
2.  ด้านอารมณ์ – จิตใจ :  เพื่อให้เด็กได้รับความสนุกสนานในการทำกิจกรรม
3.  ด้านสังคม เพื่อให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นขณะทำกิจกรรม
4.  ด้านสติปัญญา :  เพื่อเสริมสร้างจินตนาการในการเรียนรู้ให้แก่เด็ก

     วัสดุ อุปกรณ์
1.  กระดาษ A4
2.  สีเทียน
3.  ดินสอ

   วิธีการจัดกิจกรรม
1. หลังจากเด็กได้ทัศนศึกษาสวนสัตว์ดุสิตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบ่งเด็ก เป็น 5 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมเข้าฐาน                  
2.  เริ่มพูดคุยกับเด็กเกี่ยวกับการทัศนศึกษาวันนี้
3.  ชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของกิจกรรมอย่าลืมเล่าสู่กันฟัง   4.  เด็กเริ่มลงมือทำ กิจกรรมอย่าลืมเล่าสู่กันฟัง       
5. ให้เด็กออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดานและเล่าเรื่องต่อกันโดยเริ่มจากคนแรกจนถึงคนสุดท้าย
                
3. ฐานรอยเท้าของใครเอ่ย
    วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้เด็กได้ใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ในการเดินตามหารอยเท้าของสัตว์
2.เพื่อให้เด็กมีความกระตือรือร้น สนุกสนานกับการทำกิจกรรม
3.เพื่อให้เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
4.เพื่อให้เด็กรู้จักคิด วิเคราะห์ วางแผน แก้ไขปัญหา

 วัสดุ-อุปกรณ์
1.ใบกิจกรรม , กระดาษ
2.ดินสอ
3.โทรศัพท์มือถือ

  วิธีการ
1.ครูสนทนาพูดคุยประสบการณ์เดิมเกี่ยวกับสัตว์และรอยเท้าสัตว์
2.ครูแจกใบกิจกรรมและอธิบายกิจกรรม
3.เด็กทำกิจกรรมตามที่ได้รับมอบหมาย
4.ครูตรวจสอบความถูกต้องของกิจกรรม
5.ครูและเด็กร่วมกันสนทนาและแจกของรางวัล

4. ฐานเติมภาพสร้างสรรค์


 



Evaluation
Teacher Evaluation : วันนี้อาจารย์นัดพบนักศึกษาที่ห้องสมุดทำการตกลงเรื่องไปเขาดินเสร็จแล้วอาจารย์มีประชุมติดราชการ
Self-assessment : วันนี้ฉันเข้าเรียนตรงเวลา และช่วยเพื่อนคิดกิจกรรมการทดลอง
Evaluate friends : เพื่อนๆวันนี้มาเรียนพร้อมหน้าพร้อมตา และต่างกลุ่มต่างคิดชื่อกิจกรรมแต่ละฐานค่ะ

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

Leraning Log 2
            

Wednesday, August 15, 2018




The knowledge gained
         วันนี้ได้พบกับอาจารย์ได้เรียนเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัยได้ทำ Mind Mapping โดยแบ่งกลุ่มออกเป็น 5 กลุ่ม ในหัวข้อเรื่อง "เขาดิน" วิทยาศาสตร์ในเขาดินมีอะไรบ้าง ? 




กลุ่มของดิฉัน (My group)

        วิทยาศาสตร์ในเขาดิน (Science in Khao Din) 

1. การพึ่งพาอาศัยกันของสัตว์และพืช : ระบบนิเวศ
2. เสียงของสัตว์แต่ละชนิด แต่ละประเภท
    เช่น ลิง (Monkey) เสียงร้อง เจี๊ยกๆ หรือ จั๊กๆ       
3. พลังงาน 
    การปั่นเรือถีบ กังหันลม
4. ที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ
    สัตว์ปีก เช่น นกแก้ว (Parrot) จำพวกนกต่างอาศัยอยู๋ในกรง 
    สัตว์บกประเภทอันตราย เช่น เสือ (Tiger) หมี (Bear) อาศัยอยู่ใน      พื้นที่เขตต้องห้าม
    สัตว์เลื้อยคลาน เช่น งู (Snake) อาศัยอยู่ในตู้กระจกที่ปลอดภัย5. การดูแลรักษา ทำความสะอาดสวนสัตว์หรือกรงสัตว์นำมูลสัตว์มาทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ
6. การดูแลรักษาสัตว์
7.การแบ่งประเภทสัตว์แต่ละชนิด
   เช่น สัตว์ปีก สัตว์เรื้อยคลาน สัตว์บก สัตว์น้ำ 
8.การสืบพันธุ์ของสัตว์
  พฤติกรรมการผสมพันธุ์ของช้างตัวผู้จะเกี้ยวพาราสีโดยเข้าไปคลอเคลียช้างตัวเมียที่เป็นสัด  ใช้งวงดมและจับเต้านมและอวัยวะเพศของช้างตัวเมีย จากนั้นจึงขึ้นทับโดยใช้ 2 ขาหน้าขึ้นวางบนหลังช้างตัวเมียแล้วจึงสอดใส่อวัยวะเพศ การขึ้นทับสามารถทำได้ทุกเวลาทั้งเวลากลางวันและกลางคืนขึ้นอยู่กับโอกาสและความพอใจ   ระยะเวลาในการผสมพันธุ์ตั้งแต่เกี้ยวพาราสีจนสอดใส่อวัยวะเพศได้สำเร็จประมาณ 20-40 นาที
9.การดูแลดินแต่ละชนิดในการปลูกต้นไม้
   ดินแต่ละชนิดมีความแตกต่างกัน การดูแลรักษาดินจึงมีความแตกต่างกัน เช่น ดินทราย เป็นดินที่มีเม็ดทรายปนอยู่มาก เนื้อดินหยาบ ไม่อุ้มน้ำ ระบายน้ำและอากาศได้ดี เหมาะกับการปลูกพืชทั่วไป เช่น ตะบองเพชร










 คำศัพท์ในห้องเรียน 
  1. Zoo แปลว่า สวนสัตว์
  2. Mouse แปลว่า หนู
  3. Butterfly แปลว่า ผีเสื้อ
  4. Ecology แปลว่า ระบบนิเวศน์
  5. Soil แปลว่า ดิน
  6. Nature แปลว่า ธรรมชาติ
  7. Animal แปลว่า สัตว์
  8. Plant แปลว่า พืช
  9. Lion แปลว่า สิงโต
  10. Flower แปลว่า ดอกไม้
Evaluation
Teacher Evaluation : วันนี้อาจารย์อารมณ์ดี สอนสนุกและเข้าใจง่ายขึ้น
Self-assessment : วันนี้ดิฉันเข้าเรียนก่อนเวลาและได้ช่วยเพื่อนทำงานกลุ่มและตั้งใจตอบคำถามอาจารย์
Evaluate friends : เพื่อนๆวันนี้ตั้งใจตอบคำถามอาจารย์ค่ะ